ฟอเร็กซ์คืออะไร

การแลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างประเทศคืออะไร

การแลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างประเทศ หรือที่เรียกโดยทั่วไปว่าฟอเร็กซ์ หรือ FX เกี่ยวข้องกับ การซื้อและขายสกุลเงิน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อทำกำไรจากการเปลี่ยนแปลงของมูลค่าสกุลเงิน ในฐานะที่เป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดซึ่งใหญ่กว่าตลาดหุ้นหรือตลาดอื่นๆ ทั้งหมด ตลาดฟอเร็กซ์จึงมีสภาพคล่องสูง ดังนั้น ตลาดฟอเร็กซ์จึงดึงดูดนักลงทุนมากมาย ทั้งนักลงทุนมือใหม่และนักลงทุนที่มีประสบการณ์

ตลาดฟอเร็กซ์

ด้วยมูลค่าการเทรดกว่า 4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในตลาดทุกวัน ตลาดฟอเร็กซ์จึงมีสภาพคล่องสูงที่สุดในโลก โดยพื้นฐานแล้ว สภาพคล่องที่สูงหมายความว่าผู้คนสามารถซื้อสกุลเงินได้เกือบทุกสกุลเงินที่ตนต้องการในปริมาณสูงในขณะที่ตลาดเปิดอยู่ ตลาดฟอเร็กซ์เปิดตลอด 24 ชั่วโมง สัปดาห์ละ 5 วัน ตั้งแต่วันจันทร์ถึงวันศุกร์ การเทรดเริ่มต้นด้วยการเปิดตลาดในประเทศออสเตรเลีย เอเชีย ตามด้วยยุโรป และจากนั้นจึงต่อด้วยสหรัฐอเมริกาจนกระทั่งตลาดปิด

เวลาเริ่มต้นของตลาดฟอเร็กซ์ในระหว่างฤดูร้อนคือวันอาทิตย์ เวลา 21:00 น. เขตเวลา GMT และสิ้นสุดในวันศุกร์ เวลา 21:00 น. เขตเวลา GMT ในฤดูหนาว เวลาเริ่มต้นและเวลาสิ้นสุดจะเป็น 22:00 – 22:00 น. ตามลำดับ ส่งผลให้มีการเทรดสกุลเงินตลอดเวลา ทั้งกลางวันและกลางคืน ตลาดฟอเร็กซ์สามารถหาผู้ซื้อหรือผู้ขายได้เสมอ ไม่เหมือนกับตราสารประเภทอื่นๆ ที่ตลาดขาลงจะทำให้เทรดเดอร์มีสินทรัพย์ที่ไม่สามารถเทรดได้

คู่สกุลเงิน

บนโลกมีสกุลเงินมากกว่าร้อยสกุลเงิน และแต่ละสกุลเงินประกอบด้วยสัญลักษณ์ตัวอักษรสามตัว ดอลลาร์สหรัฐฯ คือ USD ยูโรคือ EUR ฟรังก์สวิสคือ CHF ปอนด์อังกฤษคือ GBP และในทำนองเดียวกันสำหรับสกุลเงินอื่นทั้งหมด

สกุลเงินแบ่งออกเป็นสองประเภท ได้แก่ สกุลเงินหลักและสกุลเงินรอง สกุลเงินหลักได้มาจากเศรษฐกิจที่มีอำนาจส่วนใหญ่ทั่วโลก ได้แก่ สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น สหราชอาณาจักร ยูโรโซน แคนาดา ออสเตรเลีย สวิตเซอร์แลนด์และนิวซีแลนด์ สกุลเงินเหล่านี้เมื่อรวมกับสกุลเงินอื่นๆ จะทำให้เกิดคู่ฟอเร็กซ์ขึ้น

อธิบายคู่สกุลเงินเมื่อเราไปที่ร้านค้าเพื่อซื้อของชำ เราจะต้องแลกเปลี่ยนสินทรัพย์มีค่าอย่างหนึ่งเป็นสินทรัพย์อีกอย่าง เช่น เงินแลกนม เป็นต้น การซื้อขายฟอเร็กซ์ก็เป็นไปในทำนองเดียวกัน คือเราซื้อหรือขายสกุลเงินแลกกับอีกสกุลเงินหนึ่ง สกุลเงินในคู่สกุลเงินเรียกว่าสกุลเงินหนึ่งกับอีกสกุลเงินหนึ่ง

คู่ฟอเร็กซ์มีทั้งหมดสามประเภท ได้แก่คู่สกุลเงินหลัก คู่สกุลเงินรอง และคู่สกุลเงินตลาดใหม่ คู่สกุลเงินหลักเกี่ยวข้องกับ USD เสมอ และเป็นคู่สกุลเงินที่มีการเทรดมากที่สุด คู่สกุลเงินหลักทั้งเจ็ดคู่ได้แก่ EURUSD, USDJPY, GBPUSD, USDCAD, USDCHF, AUDUSD และ NZDUSD ในคู่สกุลเงินรองจะมีการเทรดระหว่างสกุลเงินหลัก ยกเว้น USD ซึ่งอาจเป็น EURGBP, CHFJPY และอื่นๆ คู่สกุลเงินตลาดใหม่ประกอบด้วยสกุลเงินหลักหนึ่งสกุล และสกุลเงินรองหนึ่งสกุล เช่น EURTRY, USDNOK และอีกมากมาย

คำศัพท์พื้นฐานในการเทรดฟอเร็กซ์

คู่สกุลเงินที่มีการเทรดมากที่สุดคือยูโรกับดอลลาร์สหรัฐฯ หรือ EURUSD สกุลเงินทางด้านซ้ายเรียกว่า สกุลเงินพื้นฐาน และเป็นสกุลเงินที่เราต้องการซื้อหรือขาย ส่วนสกุลเงินทางด้านขวาคือ สกุลเงินอ้างอิง และเป็นสกุลเงินที่เราใช้เพื่อทำการซื้อขาย คู่สกุลเงินแต่ละคู่มีสองราคา ได้แก่ราคาขายสกุลเงินพื้นฐาน (ราคาที่ขาย (ask)) และราคาซื้อสกุลเงินพื้นฐาน (ราคาที่รับซื้อ (bid)) ส่วนต่างระหว่างสองราคานี้เรียกว่า สเปรด (spread) ซึ่งแสดงถึงจำนวนเงินที่โบรกเกอร์คิดเพื่อเปิดสถานะหรือรายการซื้อขาย ยิ่งมีการเทรดสกุลเงินมากเท่าใด นั่นคือ ความผันผวนสูง สเปรดก็จะยิ่งแคบลงเท่านั้น ยิ่งคู่สกุลเงินหายากเท่าใด สเปรดก็จะยิ่งกว้างขึ้นเท่านั้น

โดยปกติ การเสนอราคา (quote) จะแสดงด้วยตัวเลขสี่ตัวหลังจากจุดทศนิยม ตัวอย่างเช่น 1.2356 ในกรณีของ EURUSD หมายความว่าสำหรับทุกๆ ยูโรที่เทรดเดอร์ต้องการซื้อ เทรดเดอร์ต้องลงทุนเงินจำนวน 1.2356 ดอลลาร์สหรัฐฯ โดยปกติการเปลี่ยนแปลงใดๆ ในมูลค่าสกุลเงินจะพบเห็นที่ตัวเลขที่สี่หลังจากจุดทศนิยม ซึ่งโดยหลักแล้วเรียกว่า pip สเปรด ผลกำไรและการขาดทุนมักแสดงเป็น pip

คำศัพท์อื่นๆ บางส่วนในโลก การเทรดฟอเร็กซ์ออนไลน์ เช่น เข้าสถานะซื้อ (going long) และ เข้าสถานะขาย (going short) ซึ่งหมายถึง “การซื้อ” และ “การขาย” ตามลำดับ เทรดเดอร์ที่คาดการณ์ว่าตลาดจะปรับตัวดีขึ้นเรียกว่า “เทรดเดอร์ในสภาวะกระทิง (Bullish Trader)” ในขณะที่ในทางตรงกันข้ามจะเรียกว่า “เทรดเดอร์ในสภาวะหมี (Bearish Trader)” ซึ่งจะอยู่ในแนวตั้งรับมากกว่า ดังนั้น จึงใช้คำว่า “ตลาดกระทิง (Bull Market)” และ “ตลาดหมี (Bear Market)” เพื่ออธิบายทิศทางของตลาด

ตลาดกระทิงกำลังอยู่ในช่วงขาขึ้น และโดยปกติตลาดหมีกำลังอยู่ในช่วงขาลง เทรดเดอร์ที่มีประสบการณ์จะตัดสินใจกลยุทธ์ของตนตามแนวโน้มตลาด และจะทำให้แน่ใจว่าได้ติดตามเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องเพื่อให้สามารถนำหน้าการเปลี่ยนแปลงในตลาดและรับผลกำไรได้

ในอดีต เทรดเดอร์จะต่อสายถึงโบรกเกอร์และแจ้งการดำเนินการที่ต้องการให้โบรกเกอร์ดำเนินการ ในปัจจุบัน ลูกค้าจะดำเนินการเทรดโดยตรงบนซอฟต์แวร์ เรียกว่าแพลตฟอร์มการเทรด แพลตฟอร์มส่วนใหญ่สามารถเข้าถึงได้บนคอมพิวเตอร์ อินเทอร์เน็ตและมือถือ เทรดเดอร์ทุกคนมีกลยุทธ์ของตัวเอง และแต่ละคนควรค้นหาแพลตฟอร์มที่จะทำให้ตนสามารถใช้งานได้ดีที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ นั่นก็คือ แพลตฟอร์มที่เทรดเดอร์รู้สึกสบายใจมากที่สุด

การเทรดที่มีเลเวอเรจ

การเทรดที่มีเลเวอเรจหรือการเทรดแบบใช้มาร์จิ้นให้เทรดเดอร์สามารถเปิดสถานะที่ใหญ่กว่าที่เงินทุนของตนสามารถเปิดได้ ในคู่ฟอเร็กซ์ส่วนใหญ่ เลเวอเรจสูงสุดที่สามารถใช้ได้คือ 400:1 หมายความว่าสำหรับมูลค่าทุกๆ 400 ดอลลาร์สหรัฐฯ ในรายการเทรด เทรดเดอร์จะต้องลงทุนด้วยเงินตัวเองจำนวน 1 ดอลลาร์สหรัฐฯ ดังนั้น หากเทรดเดอร์ต้องการซื้อ EURUSD จำนวน 10,000 หน่วยในราคา 1.2356 แทนที่จะต้องจ่ายเงิน 12,356 ดอลลาร์สหรัฐฯ เทรดเดอร์จะต้องจ่ายเพียง 30.89 ดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งคิดเป็น 0.25% ของราคา หรืออัตราส่วน 400:1 เป็นสิ่งสำคัญที่จะต้องจดจำว่าผลกำไรและการขาดทุนกำหนดจากขนาดรายการซื้อขาย และเนื่องจากการเทรดที่มีเลเวอเรจสามารถเพิ่มผลกำไรได้ การขาดทุนจึงเพิ่มขึ้นได้ด้วยเช่นกัน

ปัจจัยใดบ้างมีผลต่อตลาดฟอเร็กซ์

ตลาดฟอเร็กซ์มีสภาพคล่องสูง เนื่องจากอัตราอุปทานและอุปสงค์เพิ่มขึ้น เทรดเดอร์ทำรายการตามเหตุการณ์ทางการเงิน รวมถึงเหตุการณ์ทั่วไป โดยธรรมชาติ เมื่อสกุลเงินหนึ่งมีอุปสงค์สูง มูลค่าของสกุลเงินนั้นจะเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินอื่นและหากลดลงก็เช่นกัน

เหตุการณ์ทางการเงินคือคำแถลงที่ประเทศ ธนาคารกลาง หรือสถาบันการเงินอื่นๆ มีอย่างสม่ำเสมอในหัวข้อต่างๆ เช่น อัตราการว่างงาน ตัวเลขการผลิตและอีกมากมาย อัตราว่างงานที่ลดลงในประเทศหนึ่งอาจบ่งชี้ว่าเศรษฐกิจนั้นแข็งแกร่งและอาจนำให้สกุลเงินท้องถิ่นแข็งค่าขึ้น หากสกุลเงินนี้เป็นสกุลเงินหลัก การเปลี่ยนแปลงนี้จะส่งผลต่อสกุลเงินอื่นๆ ด้วยเช่นกัน ก่อนเหตุการณ์จะเกิดขึ้น เทรดเดอร์จะคาดการณ์เนื้อหา และเปิดรายการเทรดโดยอ้างอิงตามการคาดการณ์เหล่านี้ เหตุการณ์ทั้งหมดสามารถดูและติดตามได้บน ปฏิทินทางเศรษฐกิจ

ตัวอย่าง

ย้อนกลับไปยังคู่สกุลเงินที่เป็นที่นิยม นั่นคือ EURUSD เมื่อเข้าสู่ระบบแพลตฟอร์ม เทรดเดอร์จะตรวจสอบราคาที่ขายและราคาที่รับซื้อ เพื่อให้เป็นตัวอย่าง ราคาจะเท่ากับ 1.2356 (ราคาที่ขาย) และ 1.2359 (ราคาที่รับซื้อ) ส่วนต่างนี้ ตามที่ได้ระบุ คือ 3 pip และจะเป็นของโบรกเกอร์

หากเทรดเดอร์เชื่อว่ายูโรจะแข็งค่าขึ้น เทรดเดอร์จะเข้าสู่คำสั่ง “ซื้อ” จากนั้นเทรดเดอร์จะต้องเลือกจำนวน เช่น 10,000 หน่วย ราคาของจำนวนนั้นเท่ากับ $12,356 และเมื่อใช้เลเวอเรจ จะเหลือ $30.89 หากตลาดตอบสนองในทิศทางที่เทรดเดอร์คาดการณ์ และยูโรแข็งค่าจาก 1.2356 เป็น 1.2360 นั่นคือ 4 pip เทรดเดอร์จะทำกำไรจากการเทรดนี้

เหตุใดจึงควรเทรดฟอเร็กซ์กับ AvaTrade

เมื่อเทรดฟอเร็กซ์และตราสารอื่นๆ คุณต้องสามารถเทรดด้วยความมั่นใจ ผลกำไรไม่อาจรับประกันได้ และการเทรดทุกประเภทมีข้อดีและข้อเสีย และมีความเสี่ยงที่จะสูญเสียเงินทุน ที่ AvaTrade เรามุ่งมั่นตามหลัก ค่านิยม ที่เป็นสิ่งที่กำหนดความสัมพันธ์กับลูกค้าของเรา ดังนั้น เราจึงนำการเสนอฝ่ายบริการลูกค้าหลายภาษาชั้นเยี่ยม และแพลตฟอร์มการซื้อขายขั้นสูงสุดและใช้งานง่าย

นอกจากนี้ คุณยังสามารถใช้เนื้อหาการให้ความรู้ในแท็บ การศึกษา บนเว็บไซต์ของเรา คุณจะพบชุดบทความ วิดีโอแนะนำการใช้งาน และเครื่องมืออีกมากมาย ซึ่งจะช่วยเหลือคุณในทุกขั้นตอนในระหว่างทาง เราทราบดีว่าการเทรดอาจเข้าใจยากและบางครั้งอาจดูน่ากลัว แต่เราดำเนินการทุกอย่างที่เราสามารถทำได้เพื่อให้แน่ใจว่าคุณมีความพร้อมทั้งหมดที่จะเริ่มต้นการเทรดในโลกจริง

เครื่องมือเหล่านี้และเครื่องมืออื่นๆ อีกมากมายให้คุณเทรดได้อย่างสบายใจว่า AvaTrade คอยสนับสนุนคุณอยู่ ทุกอย่างที่เรานำเสนอมีระดับสูงที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ และเราพยายามอย่างยิ่งที่จะพัฒนาและปรับปรุงสิ่งเหล่านี้เพื่อคุณอย่างต่อเนื่อง

เข้าร่วม AvaTrade วันนี้และรับประสบการณ์การเทรดที่ดีที่สุดที่คุณสามารถหาได้!