ปฏิทินทางเศรษฐกิจ

ปฏิทินทางเศรษฐกิจ

ปฏิทินทางเศรษฐกิจทั่วโลกของ AvaTrade นั้นประกอบด้วยเหตุการณ์ทางการเงินที่เกิดขึ้นเป็นประจำซึ่งมีผลกระทบต่อตลาดการเงิน เทรดเดอร์ที่มีความชำนาญมักคาดการณ์ถึงเหตุการณ์เหล่านี้ไว้แล้ว และได้่วางแผนการเทรดให้สอดคล้องกัน แต่ละเหตุการณ์นั้นทำให้มูลค่าของเครื่องมือทางการเงินต่าง ๆ สามารถเปลี่ยนแปลงได้ ซึ่งโดยปกติจะอยู่ในระดับที่แคบลง

TradingView Economic Calendar

เหตุการณ์ทางเศรษฐกิจคืออะไร

เหตุการณ์ที่ปรากฏในปฏิทินเศรษฐกิจของ AvaTrade นั้นล้วนกำหนดตารางเวลาไว้แล้วล่วงหน้า โดยประกอบด้วยแถลงการณ์ที่จัดทำขึ้นโดยประเทศและสถาบันชั้นนำอื่น ๆ ในแวดวงทางการเงิน เช่น ธนาคารกลาง กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) และหน่วยงานอื่น ๆ เนื้อหาที่นำมาประกาศจะระบุถึงอัตราการว่างงานประจำเดือนของประเทศ เป็นต้นว่าอาจทำให้มูลค่าของสกุลเงินในท้องถิ่นเกิดความผันผวน

สิ่งที่ธนาคารกลางและสถาบันชั้นนำส่วนใหญ่ต้องการคือตลาดที่สงบและมีเสถียรภาพ ซึ่งในสภาวะตลาดเช่นนี้ย่อมทำให้เครื่องมือทางการเงินส่วนใหญ่เคลื่อนไหวได้อย่างดี แต่บางครั้งเหตุการณ์เหล่านั้นอาจทำให้เกิดคลื่นระลอกใหญ่ที่ส่งผลกระทบต่อตลาดการเงินได้อย่างรุนแรง

ความสำคัญของปฏิทินเศรษฐกิจ

เมื่อใช้ปฏิทินเศรษฐกิจ จะทำให้เทรดเดอร์เข้าใจสิ่งต่าง ๆ ได้ดีขึ้นไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงของตลาด เหตุผลที่ทำให้มีการเปลี่ยนแปลง การคาดการณ์ระดับการเปลี่ยนแปลงของตลาด รวมถึงการย้อนกลับไปดูเหตุการณ์ในอดีตที่มีการเปลี่ยนแปลงตลาด และเปอร์เซ็นต์การเปลี่ยนแปลง

เหตุใดจึงควรใช้ปฏิทินเศรษฐกิจ

  • เทรดเดอร์สามารถติดตามเหตุการณ์ที่ทำให้ตลาดเกิดการเปลี่ยนแปลงรวมถึงวัดผลกระทบที่เกิดขึ้น
  • การคาดการณ์ถึงเหตุการณ์สำคัญ ๆ ในตลาดและปรับเปลี่ยนพฤติกรรม
  • หมั่นติดตามความเคลื่อนไหวของตลาดที่สำคัญที่มีแนวโน้มส่งผลกระทบต่อการเทรดของคุณที่ยังเปิดอยู่
  • ติดตาม เครื่องบ่งชี้ทางเศรษฐกิจและที่ไม่ใช่ทางเศรษฐกิจ ที่สำคัญ
  • เหตุการณ์ที่มีอิทธิพลต่อความเคลื่อนไหวของสกุลเงินบางสกุลเป็นพิเศษอาจถูกควบคุมตรวจสอบอย่างใกล้ชิด

การวิเคราะห์ปฏิทินทางเศรษฐกิจขั้นพื้นฐาน

เทรดเดอร์ที่มีประสบการณ์นั้นทราบว่าจะวางแผนอย่างไร และจะดำเนินการเทรดอย่างไรโดยพิจารณาจากปฏิทินทั้งในช่วงก่อนและหลังจากเกิดเหตุการณ์ การใช้ปฏิทินเศรษฐกิจเป็นส่วนหนึ่งของ การวิเคราะห์ขั้นพื้นฐาน นั้นก็เพื่อพยายามคาดการณ์ถึงทิศทางของตลาด จนได้มาซึ่งการเทรดที่พิจารณาอย่างถี่ถ้วนและชาญฉลาด

ก่อนที่กิจกรรมในปฏิทินจะเริ่ม เทรดเดอร์จะทำการศึกษาสภาพโดยทั่วไปของภาวะเศรษฐกิจ ทบทวนเหตุการณ์ที่คล้ายคลึงกันที่เคยเกิดขึ้นในอดีตรวมถึงอีกหลาย ๆ ปัจจัย ซึ่งเมื่อพิจารณาร่วมกับปัจจัยดังกล่าวรวมถึงปัจจัยอื่น ๆ แล้ว เทรดเดอร์จะพยายามคาดการณ์ถึงผลกระทบของเหตุการณ์ดังกล่าวที่จะเกิดขึ้นกับเครื่องมือทางการเงินต่าง ๆ นี่เป็นพื้นฐานของการวิเคราะห์ขั้นพื้นฐาน ซึ่งก็คือการคาดการณ์แนวโน้มของตลาดโดยดูจากสถานการณ์ทางการเงินในปัจจุบัน รูปแบบในอดีตและปริมาณการซื้อขาย เป็นต้น

เทรดเดอร์บางราย ซึ่งมักจะเป็นเทรดเดอร์ที่มีชั่วโมงบินสูงกว่าจะเปิดรายการเทรดไว้ก่อนเกิดเหตุการณ์ทางการเงิน หากเทรดเดอร์คาดการณ์ว่าการประกาศนั้นจะทำให้มูลค่าของเครื่องมือทางการเงินเพิ่มขึ้น เทรดเดอร์รายนั้นก็จะเปิดรายการซื้อก่อนจะมีการประกาศนั้น เพื่อเทขายทันทีที่ราคาเพิ่มขึ้นและทำกำไร อย่างไรก็ตาม เทรดเดอร์อื่นจะติดตามการเทรดของตัวเองจนสิ้นสุดคำประกาศ ซึ่งนี่คือส่วนหนึ่งของการจัดการความเสี่ยงของเทรดเดอร์

ตัวอย่าง

ในเสาร์แรกของทุก ๆ เดือน กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ จะประกาศตัวเลขการจ้างงานโดยรวมในสหรัฐฯ ยกเว้นในบางภาคส่วน เช่น ลูกจ้างรัฐ ภาคการเกษตรและองค์กรที่ไม่แสวงหาผลกำไร รายงานนี้เรียกว่า ‘อัตราการจ้างงานนอกภาคการเกษตร’ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงภาคการทำงานของสหรัฐฯ ประมาณ 80% โต๊ะรายงานข่าวและบริษัทการเงินได้ประกาศการคาดการณ์ต่าง ๆ ที่เชื่อมโยงกับคำประกาศนี้

ซึ่งเป็นการกระตุ้นความสนใจในหมู่เทรดเดอร์ ที่ต่างหันมาคาดการณ์ถึงคำประกาศและพยายามคาดการณ์และวางแผนการเทรด และเมื่อประกาศออกมาแล้ว เทรดเดอร์จะเปรียบเทียบรายงานกับการคาดการณ์ของตัวเอง ก่อนที่จะทำการประกาศ หากอัตราที่ประกาศนั้นดีกว่าที่คาดการณ์ ตลาดที่เกี่ยวข้องจะมีราคาเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ดี อัตราการว่างงานที่สูงขึ้นนั้นย่อมจะส่งผลให้ตลาดส่วนใหญ่มีการปรับตัวลดลง อัตราการจ้างงานนอกภาคการเกษตรอาจส่งผลกระทบต่อข้อมูลภาคส่วนอื่นอีกหลายส่วน เช่น อัตราการบริโภคของลูกค้า หุ้นและอื่น ๆ อีกมากมาย นี่จึงเป็นเหตุผลที่เหตุการณ์นี้มีผลกระทบที่สำคัญต่อตลาด

สิ่งสำคัญที่ควรตระหนักคือ แนวโน้มต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นหลังเกิดเหตุการณ์มักได้รับอิทธิพลจากหลาย ๆ ปัจจัย ไม่มีการรับประกันว่าตลาดจะแสดงปฏิกริยาเหมือนกับทุกครั้ง เนื่องจากมีองค์ประกอบมากมายที่ส่งผลกระทบต่อตลาด

ปฏิทินทางเศรษฐกิจของ AvaTrade

ขอแนะนำให้เทรดเดอร์ทุกคนไม่ว่าจะบริหารเครื่องมือทางการเงินใด ติดตามปฏิทินเศรษฐกิจอย่างใกล้ชิด เพราะจากตัวอย่างที่ให้ จะพบว่าเหตุการณ์ใด ๆ นั้นอาจส่งผลกระทบต่อเครื่องมือทางการเงินหลายประเภท การเทรดโดยอ้างอิงถึงปฏิทินอยู่ตลอดเวลาจะช่วยให้คุณเข้าใจตลาด และรู้เท่าทันเหตุการณ์ในตลาด ซึ่งหากมีทั้งเวลาและได้ฝึกฝนบ่อย ๆ ปฏิทินจะช่วยปรับปรุงการวิเคราะห์และการคาดการณ์ขั้นพื้นฐานของคุณโดยพิจารณาจากเหตุการณ์ทางการเงินที่จะเกิดขึ้น

ถึงเวลาเปิดบัญชีและเริ่มเทรดโดยพิจารณาตามเหตุการณ์ทางเศรษฐกิจที่กำลังจะเกิดขึ้น!